2011/Oct/03

ยังมีคนแบบหนึ่งหลงอยู่ในพื้นที่บนโลก

ไม่หาญประกาศศักดาว่ายังมีพวกเราอยู่บนโลกนี้

ความจริง ผมไม่กล้าแบ่งพรรคเขา พรรคเรา พรรคฉัน

ในเมื่ออุดมคติหมายมาดเราทั้งผองสู่ความปรองดอง

 

'ความ...' อะไร ที่ทำให้เขาอิดเอื้อนที่จะเข้าใจผม ผมรู้เขาเข้าใจได้ ลึกแท้แล้วเขาเข้าใจ

แต่ 'ความ...' อะไร ปฏิเสธให้เขายับยั้งไว้ก่อน ไม่อยากให้จุดที่เขายืนอยู่นั้น'เขยิบ'ออกไป

 

'ความ...' อะไร ที่ทำให้ผมอิดเอื้อนที่จะเข้าใจเขา ผมเข้าใจได้ ลึกแท้แล้วผมเข้าใจ

แต่ 'ความ...' อะไร ปฏิเสธให้ผมยับยั้งไว้ก่อน ไม่อยากให้จุดที่ผมยืนอยู่นั้น'เขยิบ'ออกไป

 

หากผมต้องการอธิบาย 'บางสิ่ง' ให้คุณเข้าใจชัดแจ้ง 

แน่นอนว่า ผมมิอาจหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงขององค์ประกอบที่หลอมรวมสิ่งๆ นั้นขึ้นมา 

จะเกิดอะไรขึ้น หากผมออกมาในนามของตัวเอง 

นำ 'ทุกสิ่งที่เป็นผม' ออกมาอธิบายเพียงแค่ 'นิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย' ของผม 

นำเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่คิดได้มาหุ้มเกราะ'ความคิด'อันเดียวของผม 

เพื่อให้คุณยอมรับให้ได้

 

 

ในอีกทางหนึ่ง

สิ่งที่เขาเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง คือสิ่งที่เขาคิดมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนผ่านประสบการณ์ที่รอบคอบ-หลากหลาย ตัวผม ตัวเรา ตัวใครๆ ก็เช่นเดียวกัน เรามิได้พูดโดยอ้างถึงประสบการณ์ ณ บัดเดี๋ยวนั้นที่รับรู้ เราและเขาอ้างอิงจากการเรียนรู้และทำความเข้าใจที่ละเอียดลออแล้ว

บางทีการโต้แย้ง-การถกเถียงคำพูด เพื่อทำความเข้าใจมันเปล่าประโยชน์ ประสบการณ์ใหม่ ข้อมูลใหม่ที่เกิด ณ บัดดล ยังไม่ได้บันทึกเข้าสู่ระบบประมวลผลของแต่ละคน คำอธิบายของเราในการโต้เถียงจึงไม่อยู่ในความเห็นของเขา จึงยังคงเป็น 'ความไม่เห็น' ของเขา และเป็น 'ความไม่เห็น' ของเรา ด้วย

'ความไม่เห็น' ของเขาและของเรานั้น ไม่ได้หมายความว่าทั้งเขาและเรา ไม่รู้ ไม่มอง ไม่เข้าใจ แต่มันยังเร็วไปที่เราทั้งคู่จะ 'ยอมรับ' ซึ่งกันและกันโดยทันที .... สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาไตร่ตรอง

ยิ่งเป็นความคิดที่ซับซ้อน ปัญหาที่ซับซ้อน เหตุการณ์ชุลมุนที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบหลากหลาย ยิ่งต้องใช้เวลาทำความเข้าใจทีละเปลาะ ทีจะถ้อยแถลง ทีละประสบการณ์ ด้วยชุดประสบการณ์ความรู้ความคิดที่เราต่างมี

ซึ่งนั้นอาจยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำ

 

เรามิอาจ เชื่อ หรือ นิยม สิ่งใดได้อย่างฉับพลันมิใช่หรือ

การโต้เถียง จึงไม่อาจนำมาสู่ ความเข้าใจ/เห็นทันกัน ในทันที

เราและเขาต้องใช้เวลาทบทวน

 

การโต้วาที บางครั้งจึงไม่มีสาระในการเชื่อมโยง เรามาโต้วาทีทั้งที่หมายมั่นปั้นมือที่จะเอาชนะกัน ไม่ใช่ทำความเข้าใจกัน 

ฝ่ายที่แพ้-ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนไปนับถือทัศนะของฝ่ายที่ชนะ หรือพูดสิ่งที่ฝ่ายชนะนำมา 'ถก' จนชนะ ได้ทันทีหลังจากลงเวที เห็นความเปิดใจในการยอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายน้อยมาก เพียงแต่จบด้วยการ "ผมคิดอย่างนี้ คุณคิดอย่างนี้ก็ไม่เป็นไรเรื่องของคุณ" แล้วมันก็จบ ... ปิดฉากไป

โดยที่เราต่างไม่ได้ทำความเข้าใจอีกฝ่าย เพียงแต่รู้ว่าแบบนั้นมีอยู่ เกิดอยู่ เป็นอยู่บนโลก แต่ยังไม่เข้าใจ

 

เรามิได้ออกมาเพื่อทำความเข้าใจกัน เราออกมาเพื่อแสดงจุดยืนของเรา และอยากให้เขายอมรับมัน ไม่ว่าจะในนามของความแตกต่าง-พื้นที่ทางสังคม-หรือผู้พิพากษา หรือห่าเหวอะไรก็ตาม

คำพูดที่ธรรมดาที่สุดคือ ทุกสิ่งอย่างย่อมมีทั้งคนที่ เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วย

อาจจะต้องมีวิชา เรียนรู้อยู่กับความไม่เห็นด้วยขั้นต้น หรือ พื้นฐานความไม่คล้องจองแห่งความคิด หรือ ศิลปะการใช้ชีวิตตอบโต้นิเสธ อะไรเทือกๆ นี้ เราคงตอบโต้ถกเถียงกันได้อย่างใจเย็นมากขึ้น

 

อาจมีวันที่เราเสรีได้จริง แต่มันคงไม่ harmony ไปเสียทุกอย่าง

และไม่ใช่ว่า ทุกอย่างจะต้องการ harmony เสียด้วย

 

.


Comment

Comment:

Tweet