2009/Aug/18

 

ปัจเจกการณ์ที่หนึ่ง  "คนทุกคนเป็นอิสระต่อกันในเชิงประจักษ์"


เลือดเนื้อวิญญาณ แยกออกจากกันอย่างหมดจด แต่ปัจเจกอยากมีอำนาจเหนือผู้อื่นเสมอ

 

ปัจเจกการณ์ที่สอง  "สิ่งมีชีวิตมีแรงดึงดูดต่อกัน"


ใช้ประโยชน์จากการมีอยู่ของกันและกัน ทำลายล้างกันและกัน ในสัดส่วนลงตัว

 

ปัจเจกการณ์ที่สาม  "สังคมลวงซ้ำซ้อน"


วาทกรรม มายาคติ ถูกหลอมและโน้มไปในทางที่อำนาจแย่งชิงไปได้

 

ปัจเจกการณ์ที่สี่  "มวลวิกฤตก่อไบแอส"


ยุคป๊อบอาร์ทเฟื่องฟู ความรุ่งเรืองไม่อาจตัดสินด้วยสัณฐานใดอีกต่อไป

 

ปัจเจกการณ์ที่ห้า  "ตื่นกลัวความต่ำต้อย"


เดียด รังเกียจคนจน จัดแยกชั้น แต่แสร้งว่าเห็นอกเห็นใจ แต่มองต่ำ ให้ค่าต่ำกว่าตน

 

ปัจเจกการณ์ที่หก  "การหดสลายของวิญญาณ"


ฉาบฉวยโดยไม่มีนัยยะ ต้องการความเร็วที่เกินขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์

 

ปัจเจกการณ์ที่เจ็ด  "ตอแหลแลนด์"


ปากว่าตาขยิบ เพศสัมพันธ์เป็นเรื่องโสโครกต่อหน้าฝูงชน ลับหลังไม่เป็นไร

 

ปัจเจกการณ์ที่แปด  "สันดานทาส"


น้อมต่อสิ่งที่ดูสูงกว่า ด้วยมายาที่สั่งสม เมทริกซ์ศักดินาแห่งประเทศสยาม

 

ปัจเจกการณ์ที่เก้า  "โฆษณาสะกดจิต"


คำพูดหลงลอยจากใยแก้วนำแสงและสหสื่อที่ทำให้ความกระหายในจิตใจเป็นจริง

 

ปัจเจกการณ์ที่สิบ  "โรงเรียนสอนให้โง่"


ยัดเยียด กดดัน แข่งขัน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขี้เกียจที่ไม่ได้อยากเรียนรู้อะไรเพิ่มอีกต่อไป

 

ปัจเจกการณ์ที่สิบเอ็ด  "กูดีมีเหตุผล"


เพราะตนนับถือพุทธเข้าวัดสวดมนต์จึงดี โน้มเหตุผลให้ตนดี กลัวที่จะยอมรับว่าตนเลวในวันที่ด้านมืดเผอเรอฉายออก

 

ปัจเจกการณ์ที่สิบสอง  "ชัยชนะบนริมฝีปาก"


ความลึกซึ้ง ความคิด ไม่จำเป็นเท่าที่ควรจะเป็น การปั้นแต่งคำพูดให้ดี-ได้ดี

 

ปัจเจกการณ์ที่สิบสาม  "ละครการเมืองฉากใหญ่ที่สุด"


การแย่งชิงอำนาจของฝ่ายเจ้ากับประชาชน แต่งเรื่องหลอกคนทั้งโลกผ่านกลวิธีชื่อ "การเมือง"

 

 

Comment

Comment:

Tweet


คม!
#2 by (125.24.107.88) At 2009-09-25 00:42,
ลักลั่นย้อนแย้ง
#1 by พ. At 2009-08-18 23:46,