2008/Nov/19


ความหลัง
ความหวัง

คือปัจจุบันของมนุษย์ 

--dedicate to, INTO THE FARAWAY SKY 

 


    ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ดำรงอยู่ในสถานที่แห่งความสุข และความทรงจำอันมากมาย ซึ่งป็นบ้านเกิดที่หล่อหลอมพวกเขาให้เติบโตขึ้นมา ... วิถีชีวิตที่พวกเขาได้ดำเนินช่างแสนเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติและหุบเขา ทุกคนต่างมีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า ทำหน้าที่ไปตามครรลองของตน คนเลี้ยงวัวรีดนมวัว คนงานก่อสร้าง-ก่อสร้าง นักร้อง-นักดนตรีในคลับที่ทำให้ลูกค้าได้มีความสุข ครูให้ความรู้เด็กๆ พ่อแม่เลี้ยงดูลูก-ให้ความรัก พวกเด็กๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ความฝัน .... จนกระทั่งวันหนึ่ง คนของรัฐบาลได้เข้ามาเพื่อสร้างสนามบินบนที่ดินแห่งนี้ พวกชาวบ้านจึงพยายามขับไล่อย่างสุดกำลัง.... เพื่อมิให้พื้นดินของเขาถูกแทนที่ด้วยพื้นคอนกรีต ....เพื่อมิให้สถานที่แห่งความทรงจำของพวกเขา....สลายไป

 

ในบางครั้ง.... เราดำรงชีวิตอยู่ด้วยการระลึกถึงความทรงจำที่เป็นสุข
หล่อเลี้ยงความรู้สึกปิติยินดีไว้ด้วยผลึกแห่งความหลัง
เช่นเดียวกันที่เราดำรงฝันและความหวังไว้ เพื่อให้ชีวิตยังคงดำเนินต่อไปได้ในอนาคต
ความฝันบางอย่างอาจดูเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาคนทั้งโลก
แต่สำหรับบางคนแล้ว ไม่สำคัญว่าใครจะมองเขาอย่างไร สิ่งที่เขาเชื่อนั้นเป็นจริงหรือไม่...

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  ....ตัวเขาเชื่อ 

และพยายามปกป้องสิ่งนี้ไม่ให้มันถูกสิ่งใดพรากจากไป....
พยายามทำมันให้เป็นจริง... ครั้งแล้วครั้งเล่า... วันแล้ววันเล่า... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
แต่ก็ไม่เกิดผลใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

 

มันอาจเป็นส่วนผสมของ ความหลัง (อดีต) และ ความหวัง (อนาคต) 

              
เด็กผู้หญิงหนึ่งคน....
รอคอยให้พ่อของเธอกลับมาด้วยการเฝ้าทำสิ่งที่พ่อของเธอเคยบอกไว้ในอดีตทุกๆ คืน               

เด็กผู้ชายหนึ่งคน....
รอคอยให้เกิดปาฏิหาริย์กับตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากอดีต               

เด็กผู้ชายอีกคน...
รอคอยความรักตอบจากเด็กสาวที่เขาแอบหลงรัก ด้วยการนำนมสดไปให้เธอดื่มทุกๆ วัน

คนบ้าคนหนึ่ง....
รอคอยให้น้องชายของเขาที่เสียไปแล้วกลับมา ด้วยการนำนกพิราบไปปล่อยในทุกๆ วัน
เพราะเชื่อว่านกพิราบ ไม่ว่าจะบินไปไกลข้ามทะเลสุดขอบฟ้าแค่ไหน
แต่มันจะกลับบ้านได้ถูกเสมอ.... เช่นเดียวกับน้องชายของเขา

ทุกคนต่างอดทนรอคอยผลข้างหน้า.... ในขณะที่มือกำลังทำอย่างไม่เคยละทิ้ง
แม้ไม่เห็นแม้เงาความสำเร็จของมันเลยก็ตาม

พวกเขาเพียงแค่เชื่อ....เท่านั้น


นักชีววิทยาคนหนึ่ง.... รอคอยให้โลกได้รู้ว่าหนูนาชนิดหนึ่งในหมู่บ้านเขามีอยู่จริง
ในตอนแรก คนที่พบสัตว์ชนิดนี้ไม่ใช่เขา... แต่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขาที่เห็นมัน
แต่ทุกคนในหมู่บ้านไม่เชื่อ กล่าวหาและประนามว่าเพื่อนของเขาเป็นเด็กโกหก
ซึ่งในตอนนั้น เขาเองก็ไม่ได้ยืนอยู่ข้างเพื่อน.... จนกระทั่งเพื่อนของเขาออกจากหมู่บ้านไป
มันจึงเป็นการจากไปโดยที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน
เขารู้สึกเสียใจมาก... จึงตั้งใจให้ได้ว่าจะเป็นนักชีววิทยา
เมื่อเติบโตเขาทำสำเร็จ เขาได้นำหลักฐานไปพิสูจน์แก่โลกเป็นเวลาหลายปี

จนในที่สุด ทุกคนก็ยอมรับว่าหนูนามีอยู่จริง
ได้ให้ชื่อมันอย่างเป็นทางการว่า ‘นุสุเกะ’ หรือ หนูนาญี่ปุ่น


แม้แต่ในผู้ใหญ่เอง...
ก็ยังมีความหวังที่ก่อร่างมาสร้างความทรงจำในสมัยเด็ก
ผลักดันเขาให้ทำสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน


คนเราไม่ได้อยู่กับบ้าน
แต่เราอยู่กับความผูกพันและความทรงจำที่มีต่อบ้าน
 


ชาวบ้านในหมู่บ้านเองก็เช่นกัน

เขามิได้หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงของการสร้างสนามบินหรือการเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอก
เขาเพียงแต่ปกป้องสถานที่แห่งความทรงจำของพวกเขาเท่านั้น
ปกป้องสถานที่คุ้นชินที่พวกเขาได้เติบโตและใช้ชีวิตเรื่อยมา....
ภูเขา...  ป่าไม้... ดอกไม้... ทุ่งข้าวสาลี... แสงแห่งรุ่งอรุณ...  ธรรมชาติ....
ไม่มีความเจริญ... ไม่มีเทคโนโลยี... ไม่มีแสงสี
มีแต่ความซ้ำเดิม ไม่หวือหวา  
แต่พวกเขาก็มีความสุขกับวิถีชีวิตเช่นนี้เป็นอย่างดีแล้ว

จึงปกป้องอย่างสุดความสามารถ....

เพราะไม่ต้องการให้ใครมาทำลายมันไป
เพราะไม่ต้องการให้ใครกระชากความสุขออกไปจากอ้อมกอดของพวกเขา
 
....เพียงเท่านั้นเอง


เพียงทำตามความเชื่อและพยายามอย่างที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม 

 


ภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักเป็นการให้กำลังใจผู้คน ให้มีความพยายาม เพราะในประเทศญี่ปุ่นการแข่งขันสูงมาก เพราะฉะนั้นการประสบความสำเร็จจึงเป็นเรื่องยากมาก... ภาพยนตร์จึงต้องการสื่อสารให้คนมีความพยายาม พยายามไปเถอะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอแค่มีความเชื่อมั่นคงไว้เท่านั้น

 

 

Comment

Comment:

Tweet


ไปเที่ยวขอนแก่น ก็โอเคครับ เมาดี เมาทั้งวันและทุกวันเลย อากาศก็ดีและหนาวมาก โรแมนติกๆ สาวๆหนุ่มๆหน้าตาดีไม่แพ้กทม.เลยครับ อิอิ

เล่นคอนเสิร์ตเสร็จก็ออกมาเล่น BB Gun เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่สนามข้างๆผับ สนุกดีครับ ได้แผลกลับมาเยอะอยู่

ว่าจะไปนั่งเล่นที่เขื่อนอุบลรัตน์ ปรากฏว่าเงินหมดซะก่อนเลยฟาวไป
#5 by Euphoria In Peace ㋡ At 2008-12-16 04:54,
เอ้า ลืมล็อคอิน แถมมันเป็นหนังสั้นนี่หน่า

ขอโทษทีครับบอกข้อมูลผิดไป อิอิ ไม่ค่อยสันทัด sad smile
#4 by Euphoria In Peace ㋡ At 2008-12-15 00:40,
http://i250.photobucket.com/albums/gg264/jazzycat86/sexyweb.jpg
<<< Flyer งานครับ

-------------

S.E.X.Y's biggest show ever with 10

bands,


short films and mind-blowing visuals projected onto the big screen!


S.E.X.
Y Cinema is a celebration of Thailand's alternative art scene


in its

most sincere form; no labels, genres and no BORDERS!


Be a part of it all

December 20th at Mongkol Rama Theater


just off Saphan Kwai BTS

station



พบกับ 10 วงดนตรี หน้าใหม่แห่งเมืองสยาม


ที่คุณ

อาจจะ....หรือไม่เคยได้ยินชื่อของพวกเค้ามาก่อน


อิ่มเอมไปกับการเสพดนตรี พร้อมภาพวิช่วล

ตระการตาขนาดยักษ์ โดย Eye Dropper Fill


20 ธ.ค.
ณ โรงภาพยนต์มงคลรามา สะพานควาย 5 โมงเป็นต้นไป บัตรราคา 150บาท

------------

หง่าไม่แน่ใจว่ามันเป็นภาพยังไงเหมือนกาน ป๋มก็ดูไม่เป็นกับเค้า
แต่เห็นว่าฟังเพลงประมาณนี้อยู่ก็เลยลองชวนดูจ้า
#3 by (125.24.186.52) At 2008-12-15 00:38,
อ่า สวัสดีครับ
เป็นยังไงบ้างครับ
ยังขยันอัพเหมือนเดิมเลยอิอิ แบบนี้ต้องให้Hot!

ไม่ได้แวะเข้ามาซะนานเลย ช่วงนี้มีอะไรให้คิดให้ทำให้เมาเยอะเลยทีเดียว เอิ้กส์ๆ
ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วย

รู้สึกว่าวันที่ 20 ธค.นี้ จะมีงานภาพและคอนเสิร์ต
ไม่ทราบว่าจะไปดูกันหรือเปล่าครับ ยังไงถ้าไปเราคงได้คุ้นๆหน้ากันบ้าง อิอิ
#2 by Euphoria In Peace ㋡ At 2008-12-14 07:21,
คงเหมือนสิ่งที่ผมเชื่อว่า

คุณเป็นเช่นใด

ในความศรัทธาของ

ตัวผมเอง
#1 by ..::Night VIsion::.. At 2008-11-19 02:17,