ความหลัง
ความหวัง
คือปัจจุบันของมนุษย์
--dedicate to, INTO THE FARAWAY SKY
ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ดำรงอยู่ในสถานที่แห่งความสุข และความทรงจำอันมากมาย ซึ่งป็นบ้านเกิดที่หล่อหลอมพวกเขาให้เติบโตขึ้นมา ... วิถีชีวิตที่พวกเขาได้ดำเนินช่างแสนเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติและหุบเขา ทุกคนต่างมีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า ทำหน้าที่ไปตามครรลองของตน คนเลี้ยงวัวรีดนมวัว คนงานก่อสร้าง-ก่อสร้าง นักร้อง-นักดนตรีในคลับที่ทำให้ลูกค้าได้มีความสุข ครูให้ความรู้เด็กๆ พ่อแม่เลี้ยงดูลูก-ให้ความรัก พวกเด็กๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ความฝัน .... จนกระทั่งวันหนึ่ง คนของรัฐบาลได้เข้ามาเพื่อสร้างสนามบินบนที่ดินแห่งนี้ พวกชาวบ้านจึงพยายามขับไล่อย่างสุดกำลัง.... เพื่อมิให้พื้นดินของเขาถูกแทนที่ด้วยพื้นคอนกรีต ....เพื่อมิให้สถานที่แห่งความทรงจำของพวกเขา....สลายไป
ในบางครั้ง.... เราดำรงชีวิตอยู่ด้วยการระลึกถึงความทรงจำที่เป็นสุข
หล่อเลี้ยงความรู้สึกปิติยินดีไว้ด้วยผลึกแห่งความหลัง
เช่นเดียวกันที่เราดำรงฝันและความหวังไว้ เพื่อให้ชีวิตยังคงดำเนินต่อไปได้ในอนาคต
ความฝันบางอย่างอาจดูเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาคนทั้งโลก
แต่สำหรับบางคนแล้ว ไม่สำคัญว่าใครจะมองเขาอย่างไร สิ่งที่เขาเชื่อนั้นเป็นจริงหรือไม่...
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ....ตัวเขาเชื่อ
และพยายามปกป้องสิ่งนี้ไม่ให้มันถูกสิ่งใดพรากจากไป....
พยายามทำมันให้เป็นจริง... ครั้งแล้วครั้งเล่า... วันแล้ววันเล่า... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
แต่ก็ไม่เกิดผลใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
มันอาจเป็นส่วนผสมของ ความหลัง (อดีต) และ ความหวัง (อนาคต)
เด็กผู้หญิงหนึ่งคน....
รอคอยให้พ่อของเธอกลับมาด้วยการเฝ้าทำสิ่งที่พ่อของเธอเคยบอกไว้ในอดีตทุกๆ คืน
เด็กผู้ชายหนึ่งคน....
รอคอยให้เกิดปาฏิหาริย์กับตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากอดีต
เด็กผู้ชายอีกคน...
รอคอยความรักตอบจากเด็กสาวที่เขาแอบหลงรัก ด้วยการนำนมสดไปให้เธอดื่มทุกๆ วัน
คนบ้าคนหนึ่ง....
รอคอยให้น้องชายของเขาที่เสียไปแล้วกลับมา ด้วยการนำนกพิราบไปปล่อยในทุกๆ วัน
เพราะเชื่อว่านกพิราบ ไม่ว่าจะบินไปไกลข้ามทะเลสุดขอบฟ้าแค่ไหน
แต่มันจะกลับบ้านได้ถูกเสมอ.... เช่นเดียวกับน้องชายของเขา
ทุกคนต่างอดทนรอคอยผลข้างหน้า.... ในขณะที่มือกำลังทำอย่างไม่เคยละทิ้ง
แม้ไม่เห็นแม้เงาความสำเร็จของมันเลยก็ตาม
พวกเขาเพียงแค่เชื่อ....เท่านั้น
นักชีววิทยาคนหนึ่ง.... รอคอยให้โลกได้รู้ว่าหนูนาชนิดหนึ่งในหมู่บ้านเขามีอยู่จริง
ในตอนแรก คนที่พบสัตว์ชนิดนี้ไม่ใช่เขา... แต่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขาที่เห็นมัน
แต่ทุกคนในหมู่บ้านไม่เชื่อ กล่าวหาและประนามว่าเพื่อนของเขาเป็นเด็กโกหก
ซึ่งในตอนนั้น เขาเองก็ไม่ได้ยืนอยู่ข้างเพื่อน.... จนกระทั่งเพื่อนของเขาออกจากหมู่บ้านไป
มันจึงเป็นการจากไปโดยที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน
เขารู้สึกเสียใจมาก... จึงตั้งใจให้ได้ว่าจะเป็นนักชีววิทยา
เมื่อเติบโตเขาทำสำเร็จ เขาได้นำหลักฐานไปพิสูจน์แก่โลกเป็นเวลาหลายปี
จนในที่สุด ทุกคนก็ยอมรับว่าหนูนามีอยู่จริง
ได้ให้ชื่อมันอย่างเป็นทางการว่า ‘นุสุเกะ’ หรือ หนูนาญี่ปุ่น
แม้แต่ในผู้ใหญ่เอง...
ก็ยังมีความหวังที่ก่อร่างมาสร้างความทรงจำในสมัยเด็ก
ผลักดันเขาให้ทำสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
คนเราไม่ได้อยู่กับบ้าน
แต่เราอยู่กับความผูกพันและความทรงจำที่มีต่อบ้าน
ชาวบ้านในหมู่บ้านเองก็เช่นกัน
เขามิได้หวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงของการสร้างสนามบินหรือการเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอก
เขาเพียงแต่ปกป้องสถานที่แห่งความทรงจำของพวกเขาเท่านั้น
ปกป้องสถานที่คุ้นชินที่พวกเขาได้เติบโตและใช้ชีวิตเรื่อยมา....
ภูเขา... ป่าไม้... ดอกไม้... ทุ่งข้าวสาลี... แสงแห่งรุ่งอรุณ... ธรรมชาติ....
ไม่มีความเจริญ... ไม่มีเทคโนโลยี... ไม่มีแสงสี
มีแต่ความซ้ำเดิม ไม่หวือหวา
แต่พวกเขาก็มีความสุขกับวิถีชีวิตเช่นนี้เป็นอย่างดีแล้ว
จึงปกป้องอย่างสุดความสามารถ....
เพราะไม่ต้องการให้ใครมาทำลายมันไป
เพราะไม่ต้องการให้ใครกระชากความสุขออกไปจากอ้อมกอดของพวกเขา
....เพียงเท่านั้นเอง
เพียงทำตามความเชื่อและพยายามอย่างที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักเป็นการให้กำลังใจผู้คน ให้มีความพยายาม เพราะในประเทศญี่ปุ่นการแข่งขันสูงมาก เพราะฉะนั้นการประสบความสำเร็จจึงเป็นเรื่องยากมาก... ภาพยนตร์จึงต้องการสื่อสารให้คนมีความพยายาม พยายามไปเถอะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอแค่มีความเชื่อมั่นคงไว้เท่านั้น