ฉันสะดุ้งตื่น เพราะเรื่องราวบางอย่างที่ปลุกฉัน
ฉันไม่รู้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือฉันเพียงแค่หลับตาฝันไป
หากฉันกลับไปสู่วังวนอันลึกลับนั้นอีกครั้ง
ฉันคงไม่สามารถตื่นมาเพื่อพบห้วงความเดียวดายได้อีก
หากฉันหลับตาลงอีกครั้ง
เกรงว่าภาพติดตาเหล่านั้นจะกลับตามฉันไปทุกหนแห่ง
แม้แต่ในห้วงความสุขและความนึกคิด
ฉันมิอาจตื่นได้ในขณะที่รู้สึกเหมือนอยู่ในฝันร้าย
หากมีสักหนทางให้ฉันได้ประจักษ์ถึงความแน่นอนของชีวิต
ฉันขอพลีจิตวิญญาณนี้ให้แด่แสงแห่งความหวังนั้น
หากแต่มิอาจพบพานได้ในความไม่แน่นอนของกาลเวลา
ฉันมิอาจหวนกลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ภายในดวงจิต
ควันธูปสีดำอันมืดมนบดบังส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
ฉันหายใจอยู่ภายใต้ห้วงอเวจีแห่งสวรรค์
ใกล้ชิดกันเหลือเกิน แต่มิอาจก้าวข้ามไป
แม้นความจริงเพียงสักนิดก็มิอาจก้าวข้ามไป
ฉันได้แต่วิ่งวนปัดเป่าอากาศธาตุที่สลายรอบร่างกาย
แม้จะไล่ออกไปเท่าใด ฉันยิ่งต้องการอากาศหายใจ
เหลือให้ฉันเพียงเบาบาง เจือจาง เมื่อได้อยู่ห่างไกล
แต่เมื่อโหมประโคมหนักเข้า อากาศนั้นก็ทำให้เจียนสำรอก
สำรอกออกเอาชีพให้สูญหายมลายไป
หากความบาดหมางเจียนตายทำให้ผู้คนตรอมใจสิ้น
ฉันคงมิอาจต้านทานได้แม้แต่ใยบางๆ แห่งการทรยศ
เพียรเฝ้าหาความสัตย์แห่งธรรมชาติมาชั่วอายุขัย
ความสัตย์ที่แท้คืออนิจจังกอปรทุกขังในทุกเหตุแห่งกาล
หากเสี้ยวความพึงใจได้ปรากฏ ร่วมล้วนเป็นเพียงอนัตตา
ศรัทธาสิ่งใดในยามที่ร่างกายเปลื้องเปล่า
ในยามที่ความศรัทธาหักพังสลายไปต่อหน้าต่อตา
หากมันล้วนเป็นเพียงมายา ความศรัทธาคือความโง่เขลา
ฉันพร้อมที่จะปิดหูปิดตาหลงงมงายไปตลอดชีวิต
นั้นคือเหตุแห่งเดียวที่ต่อลมหายใจในยามที่ไม่เหลือแม้เงา
แม้จะสิ้นหายกลายกายเป็นดั่งดวงวิญญาณ
ศรัทธาจะไม่มีวันคลาย เหตุแห่งการลงหลักปักใจ
ต่อให้ศรัทธาถล่มทลายคือซากปรักหักพัง
เหตุแห่งศรัทธายังดำรง เพราะศรัทธาอาศัยในหัวใจ
มิได้เกาะเกี่ยวไปตามแรงโน้มถ่วงหรือเหตุการณ์ยามใด
มีหนทางเดียวคือแหลกสลายไปพร้อมกับดวงใจ
เหตุแห่งการศรัทธาทำให้เรื่องราวที่ถูกสร้างแต่งเป็นความจริง
หากไร้ซึ่งแล้ว จะมีสิ่งใดเล่าตั้งดำรงอยู่เป็นสัจนิรันดร์แห่งคน
หากแล้วไร้ซึ่งความเชื่อ คำโกหกใดเล่าจะเป็นจริง
ฉันสับสนและยังมิอาจระลึกถึงความหมายแห่งชีวิต
วุ่นวายในอารมณ์และจิตสำนึกที่ทำหน้าที่บกพร่อง
หากแต่ฉันรู้สึกถึงความสัตย์
ความสัตย์แห่งดวงใจที่มิเคยหลีกหนี
หลงใหล ลุ่มหลงในความงดงาม สุนทรีย์แห่งโลกา
ปรารถนามุ่งหมายแรงกล้าในชีวาและพละกำลัง
ฝันใฝ่ในอนาคตกาล มิพึงพบอนธกาลใดใด
เคลิบเคลิ้มคลุกเคล้าความตายให้ละลายในตน รำลึก
ฉุดดึงรั้งมิให้เมามัวต่อเหตุแห่งสุข ความเอิบใจ
เพียงเพียรพุ่งมุ่งหน้าไปโดยสงบ รื่นรมย์
เข้มแข็งกล้าแกร่งต่อภัยภยันอันตราย เลศนัย
ด้วยฉันอดออมใจเพื่อการเดินทางอีกหมื่นกาล
ปรนปรงบำเรอร่างกายมิให้บอบช้ำมิให้ใครเย้ย รำเลิก
อีกไกลที่ต้องผจญ อีกไกลที่ต้องเผชิญ
เบือนหน้าจากหลุมศพแห่งความหวังที่ถูกฝังแน่นิ่ง
เปิดแผ่นหินจารึก กู่ร้องก้องโลกว่าฉันยังตื่น
ฉันมิได้หลับตาลงและเพียงฝันถึงอุดมคติ
หากแต่ฉันยังตื่นด้วยสติ ภาพนัยน์มิได้พร่าเลือน
ไม่ว่าจะถูกกล่าวขานว่ามันคือความอัปยศอดสูเพียงใด
แม้ยังไม่อาจรู้เลยเพียงเสี้ยวคำตอบ ฉันไปต่อ
แม้นจริงหรือภาพฝัน ... ฉันออกก้าว
ก้าวดำรงอย่างมั่นคง ต่อสู้กับมันอย่างลำพองใจ
แม้ว่าฉัน ...กำลังฝัน
แม้ว่าฉัน ...กำลังตื่น
edit @ 16 Mar 2008 01:21:16 by ..::Day Vision::..